แนวทางรับมือการปฏิเสธรายการ
หัวข้อทั้งหมดในหน้านี้
ข้อพิพาทสร้างความไม่สะดวกให้ทั้งกับคุณและลูกค้า ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก เมื่อธนาคารยื่นข้อพิพาทแล้ว จะต้องดำเนินตามกระบวนการทั้งหมด และจะไม่สามารถแก้ไขด้วยการคืนเงินได้อีก นอกจากนี้ ทั้ง Omise และเครือข่ายบัตรเครดิตต่างเฝ้าติดตามอัตราข้อพิพาทอย่างใกล้ชิด หากอัตราข้อพิพาทสูงอาจนำไปสู่บทลงโทษหรือการยกเลิกสัญญาได้ ร้านค้าที่มีอัตราข้อพิพาทสูงกว่า 0.3% อาจถูกขอให้หาวิธีลดอัตรานี้ลง
ข้อพิพาทแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ ข้อพิพาททางการค้า ซึ่งเป็นกรณีที่ลูกค้ายืนยัน charge แล้ว แต่ไม่พอใจกับบริการหรือสินค้าที่ได้รับ และข้อพิพาทจากการทุจริต ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้ถือบัตรไม่ได้ยืนยัน charge นั้น
ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอ่านจากตรงไหน ลองดูตามนี้เพื่อหาสิ่งที่คุณต้องการได้เร็วที่สุด
- เพิ่งได้รับข้อพิพาทใช่ไหม ไปที่ขั้นตอนที่ตรงกับกรณีของคุณโดยตรง: ข้อพิพาททางการค้า ข้อพิพาทจากการทุจริตที่ไม่มี 3DS หรือ ข้อพิพาทจากการทุจริตที่มี 3DS
- ต้องการลดอัตราข้อพิพาทใช่ไหม ดูที่เคล็ดลับในการลดข้อพิพาททางการค้าหรือเคล็ดลับในการลดข้อพิพาทจากการทุจริต
- ต้องการทราบว่าควรเตรียมหลักฐานอะไรบ้างใช่ไหม ดูที่หลักฐานสำหรับข้อพิพาททางการค้า
- ต้องการจัดการข้อพิพาทด้วยโค้ดใช่ไหม ดูที่ Disputes API
ไทม์ไลน์ของข้อพิพาทโดยสรุป
| ขั้นตอน | กรอบเวลาโดยทั่วไป |
|---|---|
| ลูกค้าสามารถยื่นข้อพิพาทต่อรายการได้ | ภายใน 120 วันหลังจากวันที่คาดว่าจะได้รับสินค้า (ข้อพิพาททางการค้า) หรือหลังจากการ Capture (ข้อพิพาทจากการทุจริต) |
| ระยะเวลาที่ร้านค้ามีในการตอบกลับ | 7 วัน |
| ระยะเวลาที่ธนาคารมีในการยกระดับเป็นข้อพิพาทครั้งที่สอง | 45 ถึง 90 วัน |
| ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการหากแพ้ข้อพิพาท | 500 ถึง 750 ดอลลาร์สหรัฐ |
3DS ไม่รองรับสำหรับบัญชีที่จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น
ข้อพิพาททางการค้า
Omise มีพอร์ทัลให้อัปโหลดหลักฐานเพื่อปฏิเสธข้อพิพาทที่ได้รับ หรือคุณจะยอมรับข้อพิพาทนั้นก็ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถจัดการข้อพิพาทแบบเป็นโปรแกรมได้ผ่าน Disputes API สำหรับข้อพิพาทที่ถูกปฏิเสธ ธนาคารผู้ออกบัตรจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ ธนาคารมีแนวโน้มจะดำเนินการต่อหากหลักฐานไม่ชัดเจนหรือไม่สนับสนุนกรณีนั้นเพียงพอ หากมีการเปิดข้อพิพาทครั้งที่สอง คุณสามารถยอมรับข้อพิพาทนั้นอีกครั้ง หรือยื่นเรื่องขออนุญาโตตุลาการกับเครือข่ายบัตร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 500 ถึง 750 ดอลลาร์สหรัฐหากแพ้ข้อพิพาท (อย่างไรก็ตาม Omise จะหักค่าธรรมเนียมนี้ล่วงหน้า)
การพิจารณาว่าข้อพิพาทนั้นมีเหตุผลสมควรหรือไม่เป็นหน้าที่ของคุณ หากคุณมีข้อมูลติดต่อของลูกค้า ควรติดต่อลูกค้าโดยเร็วที่สุด ข้อพิพาทมักเกิดจากความเข้าใจผิดหรือ charge ที่ลูกค้าจำไม่ได้ ข้อความจากลูกค้าที่ยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิดสามารถใช้เป็นหลักฐานและช่วยให้คุณชนะข้อพิพาทได้ การขอให้ลูกค้าติดต่อธนาคารของตนโดยตรงเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการแก้ไขข้อพิพาท
การยืนยันตัวตนผู้ถือบัตร (3DS) ไม่สามารถป้องกันข้อพิพาททางการค้าได้
สินค้าหรือบริการ Customer->>+Bank: ยื่นข้อพิพาทต่อรายการ Bank->>+Omise: ส่งต่อข้อพิพาท Omise->>+Omise: Omise หักยอดเงินข้อพิพาท
ออกจากยอดคงเหลือของร้านค้า Omise->>+Merchant: ส่งต่อข้อพิพาท Note over Omise, Merchant: ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการตอบกลับ alt ร้านค้าตัดสินใจปฏิเสธข้อพิพาท Merchant->>Omise: ปฏิเสธและส่งหลักฐาน Omise->>+Bank: ส่งต่อการตัดสินใจปฏิเสธข้อพิพาท alt ธนาคารเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ Note over Customer, Bank: ธนาคารมีเวลา 45 ถึง 90 วันในการตอบกลับ Bank->>+Omise: เปิดข้อพิพาทครั้งที่สอง Omise->>+Merchant: ส่งต่อข้อพิพาทครั้งที่สอง alt ร้านค้าไม่เห็นด้วย Note over Omise, Merchant: ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการตอบกลับ Merchant->>+Omise: ร้องขออนุญาโตตุลาการ else rect rgba(255, 0, 0, 0.2) Omise-x Merchant: บันทึกข้อพิพาทว่าแพ้ end end else rect rgba(0, 255, 0, 0.2) Omise-x Merchant: บันทึกข้อพิพาทว่าชนะ Omise->>+Omise: คืนยอดเงินข้อพิพาท
เข้ายอดคงเหลือของร้านค้า end end else rect rgba(255, 0, 0, 0.2) Omise-x Merchant: บันทึกข้อพิพาทว่าแพ้ end end
ขั้นตอนการดำเนินการของข้อพิพาททางการค้า
- ภายใน 120 วันหลังจากวันที่ควรได้รับสินค้าหรือบริการ ลูกค้ายื่นข้อพิพาทต่อรายการกับธนาคารของตน
- ธนาคารส่งต่อข้อพิพาทไปยัง Omise
- Omise หักยอดเงินข้อพิพาทออกจากยอดคงเหลือของร้านค้า และส่งต่อข้อพิพาทไปยังร้านค้า
- ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการตอบกลับ โดยเลือกยอมรับหรือปฏิเสธข้อพิพาท
- หากร้านค้าปฏิเสธและส่งหลักฐาน Omise จะส่งต่อการตัดสินใจนั้นไปยังธนาคาร
- หากธนาคารเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ ข้อพิพาทจะถูกบันทึกว่าชนะ และยอดเงินข้อพิพาทจะถูกคืนเข้ายอดคงเหลือของร้านค้า
- หากธนาคารเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ธนาคารสามารถเปิดข้อพิพาทครั้งที่สองได้ภายในระยะเวลา 45 ถึง 90 วัน และ Omise จะส่งต่อข้อพิพาทครั้งที่สองนี้ไปยังร้านค้าเช่นกัน
- ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการเลือกยอมรับข้อพิพาทครั้งที่สอง หรือร้องขออนุญาโตตุลาการ
- หากร้านค้ายอมรับข้อพิพาทไม่ว่าครั้งแรกหรือครั้งที่สอง หรือไม่ตอบกลับภายในระยะเวลาที่กำหนด ข้อพิพาทจะถูกบันทึกว่าแพ้
เคล็ดลับในการลดข้อพิพาททางการค้าให้เหลือน้อยที่สุด
ให้รายละเอียดสินค้าหรือบริการที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าควรคาดหวังอะไรจากสินค้าของคุณ
จัดเตรียมช่องทางการสื่อสารให้ลูกค้า เพื่อให้สามารถตอบข้อซักถามได้อย่างรวดเร็ว ควรแสดงข้อมูลติดต่อไว้อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ของคุณ
ใจกว้างกับลูกค้า หากลูกค้าไม่พอใจกับสินค้าที่ซื้อและตั้งใจจะปฏิเสธการชำระเงิน ให้พยายามแก้ไขปัญหากับลูกค้าก่อน ด้วยการคืนสินค้า คืนเงิน หรือวิธีอื่น ๆ
แสดงนโยบายการคืนสินค้าและคืนเงินอย่างชัดเจน ในขั้นตอนการชำระเงิน มิฉะนั้นธนาคารและเครือข่ายบัตรจะสันนิษฐานว่าต้องคืนเงินเต็มจำนวนเมื่อมีการร้องขอ
บันทึกการติดต่อกับลูกค้าทั้งหมด โดยมีใบเสร็จที่มีลายเซ็น (สำหรับสินค้าที่จับต้องได้) หรือบันทึกการดาวน์โหลดหรือการเข้าถึง (สำหรับสินค้าดิจิทัล) ที่เชื่อมโยงกับลูกค้ารายนั้น
หลักฐานสำหรับข้อพิพาททางการค้า
การแก้ไขข้อพิพาทให้ประสบผลสำเร็จ มักต้องอาศัยการแสดงข้อมูลที่พิสูจน์ได้ว่า charge นั้นถูกต้องตามกฎหมาย และสินค้าหรือบริการได้ถูกส่งมอบให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมักส่งผลให้ร้านค้าชนะข้อพิพาท หากไม่สามารถแสดงหลักฐานดังกล่าวได้ หรือหาก charge นั้นถูกพิสูจน์ว่าเป็นการทุจริต มักส่งผลให้ร้านค้าแพ้ข้อพิพาท
หลักฐานสำหรับข้อพิพาทเกี่ยวกับสินค้าที่จับต้องได้
- รายละเอียดผู้ถือบัตร: ชื่อและที่อยู่จัดส่ง
- รายละเอียดการซื้อ: รายการสินค้าที่ซื้อ
- วิธีและสถานที่ทำการซื้อ: ชื่อร้านค้าและ URL ของร้าน
- หลักฐานว่าสินค้าถูกส่งถึงหรือถูกใช้งานโดยผู้ถือบัตร
ส่งหลักฐานนี้ผ่านพอร์ทัลข้อพิพาทในแดชบอร์ดของคุณ หรือผ่าน Disputes API
หลักฐานสำหรับข้อพิพาทเกี่ยวกับสินค้าดิจิทัล
- รายละเอียดผู้ถือบัตร: ชื่อและที่อยู่จัดส่ง
- รายละเอียดการซื้อ: รายการสินค้าที่ซื้อ
- วิธีและสถานที่ทำการซื้อ: ชื่อร้านค้าและ URL ของร้าน
- บันทึกใด ๆ ที่แสดงว่าลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันในวันที่ทำ charge หรือหลังจากนั้น
- บันทึกใด ๆ ที่แสดงว่าสินค้าถูกดาวน์โหลดหรือส่งมอบให้ลูกค้า รวมถึงวันและเวลาที่ดาวน์โหลด
ส่งหลักฐานนี้ผ่านพอร์ทัลข้อพิพาทในแดชบอร์ดของคุณ หรือผ่าน Disputes API
หลักฐานสำหรับข้อพิพาทเกี่ยวกับบริการ
- รายละเอียดผู้ถือบัตร: ชื่อและที่อยู่จัดส่ง
- รายละเอียดการซื้อ: รายการบริการที่ซื้อ
- วิธีและสถานที่ทำการซื้อ: ชื่อร้านค้าและ URL ของร้าน
- หลักฐานว่าบริการได้ถูกส่งมอบให้ผู้ถือบัตรแล้ว
ส่งหลักฐานนี้ผ่านพอร์ทัลข้อพิพาทในแดชบอร์ดของคุณ หรือผ่าน Disputes API
Omise แนะนำให้คุณส่งหลักฐานทั้งหมดพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษหากจำเป็น และในขั้นตอนอนุญาโตตุลาการ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาข้อพิพาทของเครือข่ายบัตร (Visa, Mastercard, JCB) จะเข้ามาเกี่ยวข้อง คำแปลภาษาอังกฤษถือเป็นสิ่งจำเป็น
ข้อพิพาทจากการทุจริต
ขั้นตอนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่า charge เดิมมีการยืนยันตัวตนแบบ 3DS หรือไม่ ดูที่ข้อพิพาทจากการทุจริตที่ไม่มีการยืนยันตัวตนแบบ 3DSหรือข้อพิพาทจากการทุจริตที่มีการยืนยันตัวตนแบบ 3DS
ข้อพิพาทจากการทุจริตที่ไม่มีการยืนยันตัวตนแบบ 3DS
สำหรับข้อพิพาทจากการทุจริตที่ไม่มีการยืนยันตัวตนแบบ 3DS ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบต่อข้อพิพาทนั้นทั้งหมด หลักฐานใด ๆ ที่ส่งไปมีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับการยอมรับจากผู้ออกบัตรหรือในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ การปฏิเสธข้อพิพาทพร้อมแนบหลักฐาน ก็ถือเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าจะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากหลักฐานมักไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลง ในกรณีนี้ ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการจะถูกหักทันที
ออกจากยอดคงเหลือของร้านค้า Omise->>+Merchant: ส่งต่อข้อพิพาท Note over Omise, Merchant: ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการตอบกลับ alt ร้านค้าตัดสินใจปฏิเสธข้อพิพาทจากการทุจริต Merchant->>Omise: ปฏิเสธและส่งหลักฐาน Note over Omise, Merchant: ถือว่าร้านค้ายอมรับว่าธนาคารผู้ออกบัตร
สามารถและมีแนวโน้มจะเริ่ม
กระบวนการอนุญาโตตุลาการ Omise->>+Omise: Omise หักค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ Omise->>+Bank: ส่งต่อการตัดสินใจปฏิเสธข้อพิพาท alt ธนาคารเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ Note over Customer, Bank: ธนาคารมีเวลา 45 ถึง 90 วันในการตอบกลับ Bank->>+Omise: แจ้งกระบวนการอนุญาโตตุลาการ Note over Omise: ดำเนินการตามกระบวนการ
อนุญาโตตุลาการ end else rect rgba(255, 0, 0, 0.2) Omise-x Merchant: บันทึกข้อพิพาทว่าแพ้ end end
ขั้นตอนการดำเนินการของข้อพิพาทจากการทุจริตที่ไม่มี 3DS
- ภายใน 120 วันหลังจากการ Capture ลูกค้ายื่นข้อพิพาทต่อรายการกับธนาคารของตน โดยระบุว่าเป็นการทุจริต
- ธนาคารส่งต่อข้อพิพาทไปยัง Omise
- Omise หักยอดเงินข้อพิพาทออกจากยอดคงเหลือของร้านค้า และส่งต่อข้อพิพาทไปยังร้านค้า
- ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการตอบกลับ
- หากร้านค้าปฏิเสธและส่งหลักฐาน จะถือว่าร้านค้ายอมรับโดยปริยายว่าจะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากหลักฐานมักไม่เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของข้อพิพาทจากการทุจริตที่ไม่มีการยืนยัน 3DS Omise จะหักค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการทันที และส่งต่อการตัดสินใจปฏิเสธไปยังธนาคาร
- หากธนาคารยังไม่พอใจภายในระยะเวลา 45 ถึง 90 วัน ธนาคารจะแจ้ง Omise ว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการกำลังดำเนินอยู่
- หากร้านค้าไม่ปฏิเสธข้อพิพาท ข้อพิพาทจะถูกบันทึกว่าแพ้
เคล็ดลับในการลดข้อพิพาทจากการทุจริตให้เหลือน้อยที่สุด
- คืนเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ หากพบ charge ที่น่าสงสัย ให้ติดต่อลูกค้า และคืนเงินหากเชื่อว่าเป็นการทุจริต
- ส่งข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริตแบบเรียลไทม์และการวิเคราะห์รูปแบบ charge ของ Omise
- เมื่อสร้างโทเคน ให้ระบุที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงิน
- เมื่อสร้าง charge ให้ระบุที่อยู่ IP จริงของลูกค้าผ่านพารามิเตอร์
ipและชื่อสินค้า/บริการ จำนวนชิ้น หรือระยะเวลาจัดส่งโดยประมาณผ่านพารามิเตอร์description - เมื่อสร้างลูกค้า ให้ระบุชื่อ อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้าผ่านพารามิเตอร์
name,emailและdescription
- ใช้ Dynamic 3DS (หากมีให้ใช้งาน) เพื่อให้ charge มูลค่าต่ำไม่ต้องให้ลูกค้ายืนยันตัวตนเพิ่มเติม ในขณะที่ charge มูลค่าสูง (เช่น มูลค่ารวมมากกว่า THB 10,000) ต้องยืนยันตัวตน Dynamic 3DS ยังช่วยให้ Omise สามารถกำหนดให้ต้องทำ 3DS สำหรับ charge ที่น่าสงสัยหรือมีความเสี่ยงสูงได้อีกด้วย
- กำหนดวงเงิน charge ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ คุณสามารถขอให้ Omise ตั้งค่าวงเงิน charge เฉพาะสำหรับบัญชีของคุณได้ เช่น กำหนดวงเงินสูงสุดต่อ charge หากคุณไม่คาดว่าจะมีการซื้อสินค้าเกิน THB 20,000 ต่อครั้ง หรือจำกัดจำนวนครั้งที่ผู้ถือบัตรรายหนึ่งสามารถทำ charge ได้ต่อชั่วโมงหรือต่อวัน
ข้อพิพาทจากการทุจริตที่มีการยืนยันตัวตนแบบ 3DS
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ออกบัตรไม่ควรยื่นข้อพิพาทจากการทุจริตสำหรับ charge ที่ผ่านการยืนยันตัวตนผู้ถือบัตร (3DS) สำเร็จแล้ว Visa ไม่อนุญาตให้ทำเช่นนี้ในระบบของตน และ Mastercard ก็ไม่อนุญาตตามนโยบายของตนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ธนาคารบางแห่งยังคงทำเช่นนี้อยู่ และ Omise จำเป็นต้องดำเนินตามกระบวนการ แม้จะใช้ 3DS แล้ว charge ก็ยังอาจเป็นการทุจริตได้ โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากธนาคารไม่ได้ติดตั้งระบบ 3DS อย่างปลอดภัย หรือเซิร์ฟเวอร์ยืนยันตัวตน 3DS ของธนาคารออฟไลน์ ดังนั้น การเฝ้าติดตาม charge เหล่านี้ และบล็อกหรือป้องกัน charge ที่มีแนวโน้มเป็นการทุจริตยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
Omise อนุญาตให้คุณส่งหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับข้อพิพาทลักษณะนี้ได้ อย่างไรก็ตาม Omise จะดำเนินการและส่งการตัดสินใจปฏิเสธข้อพิพาทในนามของคุณ โดยใช้การยืนยันตัวตน 3DS ที่สำเร็จเป็นหลักฐาน ในบางกรณีที่พบได้น้อยมาก ธนาคารผู้ออกบัตรอาจเปิดข้อพิพาทครั้งที่สอง ในกรณีนี้ การตัดสินใจว่าจะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการหรือไม่เป็นสิทธิ์ของคุณ
ออกจากยอดคงเหลือของร้านค้า Omise->>+Merchant: ส่งต่อข้อพิพาท Note over Omise, Merchant: ร้านค้ามีเวลา 7 วัน
ในการตอบกลับ (ไม่บังคับ) Merchant-->>Omise: ส่งหลักฐานเพิ่มเติม Omise->>+Bank: ส่งหลักฐาน 3DS alt ธนาคารไม่ยอมรับผล/การยืนยันตัวตนแบบ 3DS Note over Customer, Bank: ธนาคารมีเวลา 45 ถึง 90 วันในการตอบกลับ Bank->>+Omise: เปิดข้อพิพาทครั้งที่สอง Omise->>+Merchant: ส่งต่อข้อพิพาทครั้งที่สอง alt ร้านค้าไม่เห็นด้วย Note over Omise, Merchant: ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการตอบกลับ Merchant->>+Omise: ร้องขออนุญาโตตุลาการ else rect rgba(255, 0, 0, 0.2) Omise-x Merchant: บันทึกข้อพิพาทว่าแพ้ end end else rect rgba(0, 255, 0, 0.2) Omise-x Merchant: บันทึกข้อพิพาทว่าชนะ Omise->>+Omise: คืนยอดเงินข้อพิพาท
เข้ายอดคงเหลือของร้านค้า end end
ขั้นตอนการดำเนินการของข้อพิพาทจากการทุจริตที่มี 3DS
- ภายใน 120 วันหลังจากการ Capture ลูกค้ายื่นข้อพิพาทต่อรายการกับธนาคารของตน
- ธนาคารส่งต่อข้อพิพาทไปยัง Omise
- Omise หักยอดเงินข้อพิพาทออกจากยอดคงเหลือของร้านค้า และส่งต่อข้อพิพาทไปยังร้านค้า
- ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการส่งหลักฐานเพิ่มเติม (ไม่บังคับ)
- Omise จะส่งหลักฐานการยืนยันตัวตน 3DS ที่สำเร็จไปยังธนาคารในนามของร้านค้า
- หากธนาคารยอมรับหลักฐาน 3DS ข้อพิพาทจะถูกบันทึกว่าชนะ และยอดเงินข้อพิพาทจะถูกคืนเข้ายอดคงเหลือของร้านค้า
- หากธนาคารไม่ยอมรับหลักฐาน 3DS ธนาคารสามารถเปิดข้อพิพาทครั้งที่สองได้ภายในระยะเวลา 45 ถึง 90 วัน และ Omise จะส่งต่อข้อพิพาทนี้ไปยังร้านค้า
- ร้านค้ามีเวลา 7 วันในการเลือกยอมรับข้อพิพาทครั้งที่สอง หรือร้องขออนุญาโตตุลาการ
- หากร้านค้ายอมรับข้อพิพาทครั้งที่สอง หรือไม่ตอบกลับภายในระยะเวลาที่กำหนด ข้อพิพาทจะถูกบันทึกว่าแพ้
คำถามที่พบบ่อย
3DS ใช้งานได้กับร้านค้าที่จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ ไม่ได้ — 3DS ไม่รองรับสำหรับบัญชีที่จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น
3DS ป้องกันข้อพิพาททางการค้าได้หรือไม่ ไม่ได้ การยืนยันตัวตนผู้ถือบัตร (3DS) ใช้ป้องกันเฉพาะข้อพิพาทจากการทุจริต (กรณีที่ผู้ถือบัตรอ้างว่าไม่ได้ยืนยัน charge) เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันข้อพิพาททางการค้า (กรณีที่ลูกค้าไม่พอใจกับตัวสินค้าหรือบริการ) ได้
วิธีที่ง่ายที่สุดในการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าคืออะไร ติดต่อลูกค้าโดยตรงและขอให้ลูกค้าติดต่อธนาคารของตนเอง วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการแก้ไขข้อพิพาท เนื่องจากข้อพิพาทมักเกิดจากความเข้าใจผิดหรือ charge ที่ลูกค้าจำไม่ได้ ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยสั้น ๆ
ระยะเวลาตอบกลับ 7 วันของร้านค้า ระหว่างข้อพิพาททางการค้าและข้อพิพาทจากการทุจริต เหมือนกันหรือไม่ เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาททางการค้า ข้อพิพาทจากการทุจริตที่ไม่มี 3DS หรือข้อพิพาทจากการทุจริตที่มี 3DS ร้านค้าจะมีเวลา 7 วันในการตอบกลับในแต่ละขั้นตอน
หากไม่ตอบกลับข้อพิพาทภายในระยะเวลาที่กำหนด จะเกิดอะไรขึ้น การไม่ตอบกลับจะถูกพิจารณาเช่นเดียวกับการยอมรับข้อพิพาท และจะถูกบันทึกว่าแพ้
ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการถูกหักเมื่อใด ถูกหักล่วงหน้าทันทีที่มีการร้องขออนุญาโตตุลาการ ไม่ใช่เฉพาะกรณีที่แพ้ข้อพิพาทในที่สุดเท่านั้น
ควรส่งหลักฐานข้อพิพาทเป็นภาษาใด แนะนำให้ส่งหลักฐานทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ และจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในขั้นตอนอนุญาโตตุลาการ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาข้อพิพาทของเครือข่ายบัตร (Visa, Mastercard, JCB) จะเข้ามาเกี่ยวข้อง
อัตราข้อพิพาทระดับใดที่จะทำให้ Omise เข้ามาดำเนินการ สูงกว่า 0.3% — ร้านค้าที่มีอัตราข้อพิพาทสูงกว่า 0.3% อาจถูกขอให้หาวิธีลดอัตรานี้ลง
หากอัตราข้อพิพาทสูงต่อเนื่อง จะเกิดอะไรขึ้น ทั้ง Omise และเครือข่ายบัตรเครดิตต่างเฝ้าติดตามอัตราข้อพิพาทอย่างใกล้ชิด หากอัตราข้อพิพาทสูงต่อเนื่องอาจนำไปสู่บทลงโทษหรือการยกเลิกสัญญาได้
ควรให้ข้อมูลใดบ้างเพื่อช่วยป้องกันข้อพิพาทจากการทุจริต
ระบุที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินเมื่อสร้างโทเคน ระบุที่อยู่ IP ของลูกค้า (พารามิเตอร์ ip) และรายละเอียดสินค้า/บริการ จำนวนชิ้น หรือระยะเวลาจัดส่ง (พารามิเตอร์ description) เมื่อสร้าง charge และระบุชื่อ อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้าเมื่อสร้างลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริตแบบเรียลไทม์และการวิเคราะห์รูปแบบ charge ของ Omise
Dynamic 3DS คืออะไร เป็นฟีเจอร์ที่ใช้ 3DS แบบเลือกใช้ตามความเสี่ยง โดย charge มูลค่าต่ำจะไม่ต้องให้ลูกค้ายืนยันตัวตนเพิ่มเติม ในขณะที่ charge มูลค่าสูง (เช่น มากกว่า THB 10,000) จะต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังช่วยให้ Omise สามารถกำหนดให้ต้องทำ 3DS สำหรับ charge ที่น่าสงสัยหรือมีความเสี่ยงสูงได้ ไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าใดก็ตาม
สามารถกำหนดวงเงิน charge เองสำหรับบัญชีของตนได้หรือไม่ ได้ คุณสามารถขอให้ Omise ตั้งค่าวงเงิน charge เฉพาะสำหรับบัญชีของคุณได้ เช่น กำหนดวงเงินสูงสุดต่อ charge หนึ่งครั้ง หรือจำกัดจำนวนครั้งที่ผู้ถือบัตรรายหนึ่งสามารถทำ charge ได้ต่อชั่วโมงหรือต่อวัน